แนวความคิดตามทฤษฎีของ
อีริค เบอร์น ( EricBerne )
มนุษย์มีความสามารถที่จะเข้าใจบุคลิกภาพของตนเองเป็นผลมาจากประสบการในอดีต
เราตัดสินใจเลือกแนวทางในการนำเนินชีวิตใหม่ได้ หากกล้าพอ
ที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบทบาท และแบบแผนชีวิต ให้พ้นจากอิทธิพลจากอดีต
มีการมองธรรมชาติของมนุษย์ในแง่ต่างๆเช่น การมองตนเองและผู้อื่น
เชื่อว่าการมองตนเองเป็นประสบการณ์ในวัยเด็ก ก่อให้เกิดการกำหนดตำแหน่งของชีวิต Life
Position ของตนเองและผู้อื่น ว่าควรจะเป็นเช่นไร แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
1.I’m
O.K.-You’re O.K. ตนเองมีคุณค่า
ยอมรับและเข้าใจตนเอง และผู้อื่น จริงใจกล้าเผชิญปัญหา แก้ปัญหาโดยวิธีสร้างสรรค์
สุขภาพจิตดี ปรับตัวได้ดี
2.
I’m O.K.-You’re not O.K. ตนเองเก่งและเหนือผู้อื่น
ผู้อื่นด้อยกว่าตน วางอำนาจ ดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น คนอื่นไม่มีคุณค่า
โทษผู้อื่นในความล้มเหลวของตน 3.
I’m not O.K.-You’re O.K. ตนเองด้อยกว่าผู้อื่น
ผู้อื่นเก่งกว่าตัวเองในทุกๆด้าน เก็บกด ไม่กล้าแสดงออก ปลีกตัวจากสังคม
โทษตัวเองทุกเรื่อง
4.
I’m not O.K.-You’re not O.K. ตนเองและผู้อื่นไม่มีคุณค่า
ไม่มีความหมาย หดหู่ เศร้าหมอง หมดหวัง เป็นความคิดของผู้ป่วยโรคจิต
จำเป็นต้องทำให้เกิด .I’m O.K.-You’re
O.K.ในตนเองให้ได้
การใส่ใจ
แรงผลักดันในการแสดงพฤติกรรมของมนุษย์คือ
แรงจูงใจจากความต้องการทางร่างกายและแรงจูงใจเกี่ยวกับจิตใจแบ่งได้ 3 ประเภท ดังนี้ 1.
การยอมรับและการเอาใจใส่ทางบวก I’m O.K.-You’re O.K. ได้แก่การทักทาย การรับฟัง 2.
การยอมรับและการเอาใจใส่ทางลบ . I’m not O.K. การลงโทษ
การว่ากล่าว 3.
การยอมรับและการเอาใจใส่แบบคละ
บทบาทชีวิต 1.ผู้กล่าวหา I’m O.K.-You’re not O.K 2.
ผู้ช่วยเหลือ I’m O.K.-You’re not O.K
3.
เหยื่อ I’m not O.K.-You’re O.K.
เกมชีวิตหรือเกมทางจิตวิทยา
ในการดำเนินชีวิตของบุคคล
ส่วนหนึ่งเป็นการเล่นเกมไม่สามารถแสดงความรู้สึกแบบตรงไปตรงมาได้
เพราะไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม
ความรู้ที่สะสมของบุคคล
เปรียบได้กับแสตมป์ที่สะสมและนำมาแลกเปลี่ยนกัน แบ่งได้ 5 ประเภท ดังนี้ 1.โกรธ เหมือนแสตมป์สีแดง
2.
เศร้าสร้อย เหมือนแสตมป์สีน้ำเงิน 3. รู้สึกว่าตนเองดี ใครติเตียนไม่ได้ เหมือนแสตมป์สีขาว 4. ความรู้สึกพอใจในตนเอง
เหมือนแสตมป์สีทอง 5.
ความรู้ว่าตนบกพร่อง เหมือนแสตมป์สีน้ำตาล
กระบวนการให้การปรึกษา 1.
การสร้างสัมพันธภาพที่ดีช่วยให้เกิดความเข้าใจอันดี
เกิดกำลังใจและความเชื่อมั่น 2.
การเจรจาตกลงกันเพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และมีความคาดหวังที่ถูกต้องรู้บทบาทของตน
3.การดำเนินการ - การวิเคราะห์โครงสร้างของบุคลิกภาพ
เป็นการที่ผู้ให้กี่ปรึกษาชี้แจง อธิบายให้ความรู้แก่ผู้รับการปรึกษาชี้แจง
อธิบายให้ความรู้แก่ผู้รับการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างของบุคลิกภาพ (Ego
State) และฝึกตัวเองฝึกวิเคราะห์ตัวเองให้ได้ว่า
มีการใช้บุคลิกภาพใด ขณะใด “ที่คุณพูดเช่นนี้
แสดงว่าคุณใช้บุคลิกภาพส่วนไหน”
-
การวิเคราะห์รูปแบบของการสื่อสารสัมพันธ์ ปรึกษาอธิบายให้ความรู้แก่ผู้รับการปรึกษาเกี่ยวกับรูปแบบของการสื่อสารสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในลักษณะต่างๆเพื่อให้ผู้รับการปรึกษาเกิดความเข้าใจ
- การวิเคราะห์บทบาทชีวิต
ได้วิเคราะห์บทบาทชีวิตของตนเองว้าเป็นไปในรูปแบบใด วิเคราะห์อัตชีวประวัติ
เรื่องราวที่ผู้รับการปรึกษาชอบ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ
เทคนิคในการให้การปรึกษา
เทคนิคที่สำคัญ
4 ประการ
Permission: เป็นเทคนิคที่ผู้ให้การปรึกษาเปิดโอกาสให้ผู้รับการปรึกษาได้หลุดพ้นหรือละวางจากเรื่องรา
เหตุการณ์ หรือประสบการณ์ต่างๆ ในอดีตที่เคยบงการหรือมีอิทธิต่อชีวิตของเขา
ซึ่งทำได้ใน 3 ลักษณะ ดังนี้
1.
ขจัดพฤติกรรมการสื่อสารสัมพันธ์แบบเลี่ยงหนี หรือแบบพิการ
2.
สามารถแสดงบุคลิกภาพในแต่ละส่วนได้ รู้จักใช้บุคลิกภาพในส่วนของ Child
Ego State
3. การยอมรับแบบตรงไปตรงมา
Protection: เพื่อปลอบโยนให้กำลังใจผู้รับการปรึกษาให้เกิดความมั่นใจ
คลายความหวั่นวิตก และมีความมั่นคงปลอดภัย
Potency:
ตรวจสอบพฤติกรรมของผู้รับการปรึกษาว่าหลุดพ้นจากสิ่งที่ยึดติดในอดีตหรือไม่ peration เป็นเทคนิคที่แบ่งออกเป็น
8 ขั้นตอนคือ 1.การซักถาม
2.การบ่งชี้
3.การเผชิญหน้า
4.การอธิบาย
5.การยกตัวอย่างประกอบการอธิบาย
6.การยืนยัน
7.การตีความหมาย
8.การก่อรูปเพื่อปรับเปลี่ยน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น